2011/Sep/05

“พี่ฟ่งคะ โตขึ้น รินจะเป็นตำรวจหญิงค่ะ”

เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กหญิงวัยห้าขวบเศษดังขึ้นอีกครั้งเมื่อฟ่งเดินจูงมือหล่อนผ่านโรงพักประจำเขต เจ้าตัวน้อยจ้องแป๋วลอดหน้าต่างโรงพักไปยังตำรวจหญิงหน้าตาสะสวยซึ่งดูเหมือนกำลังรับแจ้งคดีความจากคุณลุงร่างท้วมคนหนึ่งอยู่ ซึ่งฟ่งเองก็ไม่ได้สังเกตุ จนรู้สึกได้ถึงแรงดึงเล็กๆจากมือแม่หนูดึงมือเขาไว้พลางจ้องคุณตำรวจอย่างสนอกสนใจ

“ไหนว่าเมื่อกี้น้องรินบอกอยากเป็นผู้ว่าฯ ก.ท.ม. ไงครับ”

ฟ่งถามอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่หนูรินกลับทำท่าครุ่นคิดหนัก เธอเพิ่งจะพูดว่าอยากเป็นผู้ว่าฯ ก.ท.ม. เพราะมองเห็นป้ายหาเสียงของผู้สมัครผู้ว่าฯหญิงสุดสวยระหว่างทางเมื่อห้านาทีที่แล้ว แต่ตอนนี้เธออยากเป็นตำรวจหญิง เพราะมันฟังดูแล้วเท่กว่า

“รินรู้แล้วค่ะพี่ฟ่ง รินจะเป็นหัวหน้าห้องของตำรวจไงคะ”

ด้วยความอ่อนเดียงสา รินเข้าใจว่าในโรงพักมีลักษณะเป็นห้องเรียนเหมือนในโรงเรียน แล้วตำรวจหญิงที่ง่วงรับแจ้งความอยู่นั้นคงกำลังทำการบ้าน ซึ่งฟ่งก็ขี้เกียจที่จะไปแย้งอะไรแม่หนูน้อย ได้แต่ถอนหายใจเดินจ้ำอ้าวไล่ตามรินซึ่งวิ่งนำหน้าไปอย่างลิงโลด พลางตะโกน “รินจะเป็นหัวหน้าห้องตำรวจ”

งานรับจ้างเลี้ยงเด็กไม่ใช่งานถนัดเลยสำหรับเด็กหนุ่มวัยสิบสามอย่างฟ่ง แต่เขาก็ต้องจำใจรับงานนี้เพราะไม่มีทางเลือก ขณะนี้ฟ่งกำลังเรียนอยู่ชั้นม.สอง และอาศัยอยู่กับอาม่าอายุแปดสิบกว่า ที่สุขภาพก็ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ พ่อแม่ของฟ่งได้จากไปตั้งแต่ฟ่งอายุได้เก้าขวบ เนื่องจากพ่อทนสภาพหนี้สินไม่ไหว จึงเกิดอาการคลุ้มคลั่ง หยิบน้ำยาขัดห้องน้ำบังคับกรอกปากลูกเมียตัวเอง ก่อนจะใช้หยิบปืนพกเป่าสมองตัวเองตาม นับเป็นโชคดีของฟ่งที่เพื่อนบ้านช่วยนำฟ่งส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา ฟ่งจึงมีชีวิตรอดมาได้ แต่แม่ไม่โชคดีเหมือนอย่างฟ่ง

หลังจากนั้น ฟ่งก็ถูกส่งไปอาม่าทางฝ่ายแม่ซึ่งเป็นญาติคนเดียวที่ยังเหลืออยู่ อาม่าของฟ่งหาเลี้ยงชีพด้วยการดูหมอ ซึ่งแรกๆก็พอมีรายได้พอจะเลี้ยงฟ่งได้ แต่หลังๆมานี่อาม่าสุขภาพแย่ลงทุกที ดูหมอได้วันละไม่กี่ครั้งก็ปวดหัวต้องนอนพัก ฟ่งจึงต้องใช้เวลาทั้งหมดนอกจากเวลาที่โรงเรียนทำงานรับจ้างทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เงินค่าจ้างที่ได้ก็ไม่มากเพราะฟ่งยังเด็กเกินกว่าจะจ้างตามกฏหมาย โชคดีที่คุณป้าบังอรคุณแม่ของน้องริน หนึ่งในลูกค้าประจำของอาม่า เกิดสงสารฟ่งขึ้นมา จึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือโดยจ้างฟ่งเป็นพี่เลี้ยงน้องรินในเวลาที่นอกเหนือจากเวลาเรียน โดยจ่ายค่าแรงให้เพียงพอที่จะทำให้ฟ่งและอาม่าอยู่ได้โดยฟ่งไม่ต้องรับจ้างทำงานอื่น

“พี่ฟ่งคะ รินเปลี่ยนใจแล้วค่ะ” รินที่ร่าเริงได้ไม่ทันถึงนาที จู่ๆก็หยุดวิ่ง และเริ่มทำท่าครุ่นคิดอีกครั้ง “รินว่า รินเป็นเจ้าหญิงดีกว่า เป็นเจ้าหญิงแบบในเรื่องเจ้าหญิงนิทราไงคะ ซักวันจะได้มีเจ้าชายขี่ม้าขาวมารับริน” พูดจบสาวน้อยก็ยิ้มยิงฟันกว้างให้เด็กหนุ่ม

“น้องรินจะแน่ใจได้ไงล่ะครับ ว่าจะมีเจ้าชายมารับ” ฟ่งยิ้มถามอย่างเอ็นดูในความไร้เดียสาของสาวน้อย “ถ้าเจ้าชายไม่มาน้องรินไม่ต้องหลับรอตลอดไปเหรอครับ”

“ต้องมาสิคะ รินเชื่อว่าเจ้าชายต้องมา” รินทำหน้ามุ่ยขัดอกขัดใจเถียงพี่เลี้ยงของเจ้าหล่อน “ซักวันต้องมีเจ้าชายมาช่วยแน่ ไม่มีใครควรถูกปล่อยให้หลับตลอดไปหรอกค่ะ เจ้าชายต้องมาแน่ๆ”

ฟ่งหัวเราะเบาๆในลำคออย่างเอ็นดู มือผอมและซีดเซียวลูบหัวแม่หนูน้อยเบาๆ เขานึกถึงวันเวลาที่เขาเคยมีความฝันเช่นเด็กคนนี้ แต่บางครั้ง ชีวิตจริงก็ช่างห่างไกลจากความฝันนัก

“ครับ มาก็มา แต่เจ้าหญิงน้อยของพี่ แต่ก่อนอื่นเจ้าหญิงต้องกลับบ้านไปอาบน้ำอาบท่าทำการบ้านก่อนนะครับ เจ้าหญิงที่เป็นเด็กไม่ดีน่ะ เจ้าชายไม่มารับหรอกนะ”

คำขู่ได้ผลจนฟ่งกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่ เจ้าหญิงน้อยเบิ่งตาโตเท่าไข่ห่าน สีหน้าเลิ่กลักบ่งบอกความตกใจสุดขีด “ไม่เอานะ รินไม่ยอมด้วยหรอก รินจะเป็นเด็กดีค่ะพี่ฟ่ง รินจะเชื่อฟังพี่ฟ่งกับคุณแม่ทุกอย่างเลย”

ฟ่งส่งยิ้มกว้างให้ริน ลูบผมสาวน้อยอีกครั้งก่อนจะจะไขกุญแจเปิดประตูรั้วให้คุณหนูตัวน้อยก้าวเข้าไปก่อน

“ถ้างั้น ก็ไปอาบน้ำกันนะครับน้องริน วันนี้น้องรินเป็นเด็กดี เดี๋ยวอาบน้ำเสร็จพี่จะทำคั้นน้ำส้มคั้นของโปรดให้ทานพร้อมข้าวเย็นนะ”

“เย้ พี่ฟ่งใจดีที่สุดเลย” สาวน้อยกู่ร้องด้วยความดีใจ เท่าเล็กๆออกวิ่งอีกครั้งตรงไปยังตัวบ้าน ดูเหมือนตอนนี้เธอจะสนใจน้ำส้มคั้นของพี่ฟ่งจนลืมเจ้าชายม้าขาวไปเสียแล้ว

ฟ่งเร่งฝีเท้าตามมาไขเปิดประตูบ้าน ทันทีที่ประตูเปิดออกสาวน้อยวิ่งแจ้นเข้าบ้านอย่างน่าเอ็นดู ฟ่งรักรินมากเหมือนเป็นน้องสาวแท้ๆของเขา แม้แม่หนูจะทำให้เขาปวดหัวบ้างก็ตาม แต่รินก็เป็นเด็กดี ว่านอนสอนง่าย บางครั้งฟ่งก็อิจฉาครอบครัวของริน แต่เขาก็โตพอที่จะเข้าใจชีวิต

เด็กชายถอดรองเท้านักเรียนที่เต็มไปปด้วยรอยประของเขาเก็บเข้าที่ก่อน แล้วจึงหยิบรองเท้าของแม่สาวน้อยที่ถอดวางระเกะระกะไว้ขึ้นมาเก็บตามอย่างเป็นระเบียบ เย็นนี้ เขาต้องอาบน้ำให้ริน ดูแลให้กินข้าว ทำการบ้านให้เรียบร้อย รอคุณป้าบังอรกลับมาแล้วเขาจึงจะกลับบ้านไปได้ พรุ่งนี้เช้าค่อยแวะมารับรินไปโรงเรียนพร้อมกัน เป็นงานที่ไม่ยากอะไรเลยเมื่อเทียบกับค่าจ้างที่ได้ ต้องขอบพระคุณคุณป้าบังอรจริงๆ ที่ช่วยเหลือฟ่งและอาม่าถึงเพียงนี้ แต่ฟ่งก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะโชคดีแบบนี้ไปได้ถึงเมื่อไหร่

“พี่ฟ่ง เร็วๆค่ะ รินอยู่ในห้องน้ำแล้ว”

แม่สาวน้อยตะโกนเรียกพี่เลี้ยงด้วยความใจร้อนอยากกินน้ำส้ม นั่นก็ต้องทำให้ฟ่งรีบเดินขึ้นบันไดไปทำหน้าที่ตามระเบียบ เขาอยากให้ชีวิตเขาราบเรียบแบบนี้ไปอีกนานๆจริงๆ

Comment

Comment:

Tweet